Bangna Baptist

Home | Pastoral office | children choir | On Easter | Family | Baptism | sundayschool | fellowship | Eternity | Religious Links | Jesusourbestfriend | Are you true christian? | holysacricefice | seminar | Extra activity | Who controle your life ? | TodayNews | Good behavior | contact us | How to make God smile ? | Is God faraway from you ? | Ashes | Fear not | Ministry | what we beleive | Calendar of Events | Directions | Announcement | Our History | Latest News | Meet the Staff | Youth and their activities | worship atmosphere | Adult and elder | Ladies | Other links | Bible study
What we beleive

ความเชื่อของแบบติสต์

thelordismyshepherd.jpg

พระคัมภีร์.เราเชื่อว่าพระคัมภีร์ถูกบันทึกโดยมนุษย์โดยได้รับการดลบันดาลใจจากพระเจ้า  และเป็นคำสอนที่ครบถ้วนสมบูรณ์จากสวรรค์ (1)โดยพระเจ้าเป็นผู้ประพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ทางแห่งความรอดพ้นจากบาปแก่มนุษย์ (2)เป็นสัจจะธรรมที่ไม่มีความผิดพลาดใดๆ(3) พระคัมภีร์ให้หลักการที่พระเจ้าจะพิพากษาเรา (4) และดังนั้น พระคัมภีจะยืนยงคงอยู่จนกว่าโลกจะสลาย และเป็นศูณย์กลางที่แท้จริงแห่งการรวมเป็นหนึ่งเดียวของคริสเตียน (5)พระคัมภีร์เป็นมาตราฐานสุดยอดที่มนุษย์ควรทำตาม และเป็นที่ๆบรรดาความคิดความเห็นควรพึ่งพิง(6)
พระเจ้า  เราเชื่อว่ามีพระเจ้าที่เที่ยงแท้ซึงทรงพระชนม์อยู่เพียงองค์เดียว  พระเจ้าเป็นพระวิญญาณมีสติปัญญาไม่มีขีดจำกัด  พระนามของพระองค์คือ พระยะโฮวา ผู้เป็น พระผู้สร้างและผู้ครอบครองสูงสุดของสวรรค์และโลก (7) พระเจ้ามีความบริสุทธิ์และเจิดจ้าอย่างไม่อาจสรรหาถ้อยคำบรรยายได้ (8) พระเจ้าสมควรแก่การถวายเกียรติ ให้ความไว้วาวใจ และให้ความรัก (9) มีความเป็นเอกภาพของพระเจ้าสามพระภาค ซึ่งมีสามพระภาค คือ พระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระบุตร และพระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ (10) ทั้งสามพระภาคนี้ มีความสมบูรณ์เป็นพระเจ้าเท่าเทียมกันหมด (11) ทั้งสามพระภาคนี้ บริหารงานการไถ่บาปต่างๆกันแต่สอดคล้องต้องกัน (12)
 เราเชื่อว่าพระคัมภีร์ถูกบันทึกโดยมนุษย์โดยได้รับการดลบันดาลใจจากพระเจ้า  และเป็นคำสอนที่ครบถ้วนสมบูรณ์จากสวรรค์ (1)โดยพระเจ้าเป็นผู้ประพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ทางแห่การล่มลงในความบาปของมนุษย์
เราเชื่อว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้นให้บริสุทธิ์ตามพระบัญญัติของพระผู้ส้ราง (13) แต่โดยการจงใจละเมิดพระบัญญัติ มนุษย์จึงหล่นลงจากสภาพทีบริสุทธิ์และมีความสุข (14) ผลของการกระทำนี้ทำให้มนุษย์เป็นคนบาป (15) เพราะเลือกทำเอง ไม่ได้ถูกบังคับให้ทำบาป (16) ดังนั้นมนุษย์จึงไม่บริสุทธิ์ตามที่บัญญัติต้องการ และมีแนวโน้มที่จะทำชั่ว และจึงต้องถูกปรับโทษให้ถึงพินาศชั่วนิตย์นิรันดร์ โดยไม่อาจแก้ตัวได้ (17)
(18) เราเชื่อว่าความรอดพ้นจากความบาปได้จากพระคุณของพระเจ้าล้วนๆโดยพระบุตรของพระเจ้า(19)ผู้ซึ่งเป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าแต่ผู้เดียว (20) โดยที่พระเจ้าเป็นผู้กำหนดสื่อกลางที่ว่านี้ให้เสด็จมารับสภาพมนุษย์ แต่กระนั้นก็ปราศจากบาป (21) ได้รับการยกชูขึ้นเพราะการเชื่อฟังบัญญัติของพระเจ้า  (22)และด้วยการวายพระชนม์เพื่อไถ่บาปมนุษย์
(23) หลังจากพระองค์เป็นขึ้นจากความตาย พระองค์ได้เสด็จประทับบนสวรรค์ (24) และด้วยสภาพที่เป็นพระเจ้าอันประกอบด้วยความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจ พระองค์จึงมีคุณสมบัติเป็นพระผู้ช่วยให้รอดได้ครบถ้วน
(25) การนับให้มีสถานะเป็นผู้ชอบธรรม
เราเชื่อว่าพระพรของข่าวประเสริฐอันยิ่งใหญ่ที่พระคริสต์(26)นำ มาจากการที่ได้เชื่อในพระองค์ คือผู้เชื่อดังกล่าวถูกนับว่าเป็นผู้ชอบธรรม (27) การถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมรวมทั้งการได้รับการอภัยบาป และ(28) พระสัญญาชีวิตนิรันดร์บนหลักการแห่งความชอบธรรม  (29) ความชอบธรรมนี้มอบให้ไม่ใช่เพราะกรรมดีที่เราได้ก่อ  แต่ได้มาทางความเชื่อในพระโลหิตของพระผู้ไถ่แต่อย่างเดียว (30) โดยความเชื่อนี่แหละ พระเจ้าจึงนับว่าเราเป็นคนชอบธรรม และ(31) ทำให้เราอยู่ในสถานะที่มีสันติสุข และ เป็นที่โปรดปราณกับพระเจ้า และพระพรอื่นๆที่จำเป็นตลอดกาล
(32) ความรอดพระเจ้าประทานให้ไม่อั้น
 เราเชื่อว่าพระเจ้าให้โอกาศแก่ทุกคนให้ได้รับความรอดทางข่าวประเสริฐ (33) และมันเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องรับเอาด้วยความสำนึกผิดและด้วยความเชื่อ (34) และไม่มีอะไรในโลกที่อาจขวางกั้นคนบาปไม่ให้ได้รับความรอดพ้นจากบาป เว้นไว้แต่ตัวเขาเองดื้รั้นจงใจจะไม่รับฟังข่าวประเสริฐ (35) ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้เขาต้องถูกปรับโทษ
(36) พระคุณแห่งการบังเกิดใหม่  เราเชื่อว่า ในการที่คนบาปจะรอดพ้นความบาป เขาจะต้องบังเกิดใหม่ (37) การบังเกิดใหม่นี้ทำให้จิตใจคิดไปในทางดี บริสุทธิ์(38) และมันยังให้มีผลเหนือความเข้าใจโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ประสานกับสัจจะธรรมของพระเจ้า (39)เพื่อให้เรามีความปราถนาเชื่อฟังข่าวประเสริฐ (40)
(41) การกลับใจและความเชื่อ    เราเชื่อว่าการกลับใจและความเชื่อเป็นหน้าที่ๆศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแยกกันไม่ได้  เกิดขึ้นในวิญญาณจิตโดยฤทธฺเดชการทำให้บังเกิดใหม่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (42) ด้วยการทำให้สำนึกผิด สำนึกถึงภัย สำนึกถึงสภาพที่ช่วยตนเองมิได้ และนึกถึงหนทางแห่งความรอดทางพระคริสต์ (43)เราหันหาพระเจ้าด้วยความเสียใจที่ทำบาปโดยไม่เสแสร้ง  ทูลขอพระเมตตา (44)ขณะเดียวกันก็ยินดีต้อนรับพระคริสต์ให้เป็นผู้สอนพระวจนะ เป็นปุโรหิต และเป็นกระษัตร์ โดยเราต้องพึ่งพาพระองค์แต่ผูเดียวให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอด (45)
พระประสงค์แห่งพระคุณของพระเจ้า   เราเชื่อว่าการเลือกสรรค์เป็นวัตถุประสงค์นิรันดร์ของพระเจ้า ตามนัยนี้ พระองค์ทำให้บังเกิดใหม่ ชำระให้บริสุทธิ์ และให้คนบาปรอดพ้นความบาป (46) ซึ่งสอดคล้องอย่างสมบูรณกับการที่มนุษย์มีอิสระที่จะตัดสินใจเลือก มันรวมทุกทางที่เกี่ยวกับบั้นปลาย (47) มันเป็นการสำแดงอย่างเจิดจ้าที่สุดของความดีแห่งการใช้อำนาจสูงสุดในการครอบครอง  โดยมีสติปัญญาอย่างไม่มีขีดจำกัด บริสุทธิ์ และ ไม่เปลี่ยนแปลง (48)มนุษย์ไม่อาจโอ้อวดว่าได้มาโดยลำแข้งตนเองได้ แต่มันน่าจะทำให้มนุษย์ถ่อมใจลง  ทำให้มีความรัก  สรรเสริญ อฐิษฐาน วางใจพระเจ้า และเอาพระเมตตาของพระองค์เป็นแบบอย่าง (49)มันหนุนใจให้ใช้วิธีการเต็มที่ (50ซึงผลของมันจะเป็นพยานได้ในชีวิตของผู้เชื่อข่าวประเสริฐ (51) มันเป็นรากฐานแห่งความมั่นใจของคริสเตียน (52); และให้ความมั่นใจในแง่ความต้องการของตน และสมควรแก่การให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง (53).
การชำระให้บริสุทธิ์. เราเชื่อว่า พระเจ้าต้องการให้เราบริสุทธิ์เป็นเหมือนพระองค์(54) และมันเป็นกระบวนการต่อเนื่องไปตลอดชีวิต(55); ซึ่งเริ่มที่การบังเกิดใหม่ และกระบวนการนี้ดำเนินต่อไปในจิตใจของผู้เชื่อพระเจ้า ด้วยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในใจของผู้เชื่อ, พระวิญญาณฯนี้เป็นผู้ประทับตราและผู้ประโลมใจด้วยวิธีต่อเนื่องที่ถูกกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพระวจนะของพระเจ้า, การตรวจสอบตนเอง, การปฏิเสธตนเอง, การเฝ้าสังเกตุ, และการอฐิษฐาน(57).
เกี่ยวกับความยืนยงของธรรมมิกชน. เราเชื่อว่าผู้เชื่อที่แท้จริงเท่านั้นจะยืนหยัดถึงที่สุด(58); และการยืนหยัดติดสนิทกับพระคริสต์เป็นตัวชี้บ่งความแตกต่างระหว่างผู้เชื่อที่แท้จริงกับผู้เชื่อกำมะลอ(59); พระเจ้าจะประทานการดูแลรักษาผู้เชื่อที่แท้จริงเป็นพิเศษ (60); และพวกเขาถูกรักษาไว้โดยฤทธิ์เดชของพระเจ้าจนถึงความรอดขั้นสุดท้าย(61).
เกียวกับการสอดคล้องต้องกันของบัญญัติของพระเจ้าและข่าวประเสริฐ. เราเชื่อว่าบัญญัติของพระเจ้าเป็นกฏปกครองจริยธรรมที่คงนิรันดร์และไม่เปลี่ยนแปลง(62); เป็นกฏยุติธรรม บริสุทธิ์ และดี(63); และพระคัมภีร์สอนว่าการที่มนุษย์ไม่อาจทำตามบัญญัตินั้นได้เพราะมนุษย์รักทำบาป(64); และการปลดปล่อยมนุษย์จากสภาพเช่นนี้ และให้เขาคืนกลับสภาพเดิม เป็นเป้าหมายใหญ่ของข่าวที่เกี่ยวข้องกับการสถาปนาคริสตจักร(65)
 เกี่ยวกับคริสตจักร. เราเชื่อว่าคริสตจักรเป็นชุมชนของผู้เชื่อที่ผ่านศิลบัพติสมา,(66) ซึ่งสัมพันธ์กันโดยพันธสัญญาแห่งความเชือและสามัคคีธรรมแห่งข่าวประเสริฐ(67); รักษาธรรมเนียมที่พระคริสต์สั่ง(68); อยู่ไต้บทบัญญัติ(69), และใช้ของประทานและสิทธิ, ที่มีตามพระวจนะ (70); กล่าวคือ ผู้ปกครอง  มัคคนายก ศิษยาภิบาลต้องมีคุณสมบัติตามพระคัมภีร์สอน (71), คุณสมบัติเหล่านี้มีกล่าวไว้ในพระธรรมเอเฟซัส  ทิโมธี และทิตัส
เกี่ยวกับพิธีศิลบัพติศมาและพิธิศิลมหาสนิท. เราเชื่อว่าพิธีศิลบัพติศมาคือการจุ่มผู้เชื่อพระเจ้าในน้ำ (72), ในพระนาม พระเจ้าพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์(73); เพื่อแสดงภาพพจน์ที่งดงามและศักสิทธิ์แห่งความเชื่อของในการถูกตรึงบนกางเขน ถูกฝัง และเป็นขึ้นจากความตายของพระผู้ช่วยให้รอด ยังผลให้เราตายต่อบาป และ มีชีวิตใหม่(74); และพิธีศิลบัพติศมา ผู้ที่จะร่วมพิธีได้ต้องมีความสัมพันธ์กับคริสตจักร; และสำหรับพิธีศิลมหาสนิท(75), ซึ่งเป็นพิธีที่สมาชิกคริสตจักรร่วมฉลองการวายพระชนม์ของพระคริสต์ด้วยการรับประทานขนมปังและดื่มน้ำองุ่น  (76); ซึ่งก่อนเริ่มพิธีนี้ต้องมีการสำรวจตนเอง (77).
เกี่ยวกับวันสะบาโต. เราเชื่อว่าวันแรกของสัปดาห์เป็นวันของพระผู้เป็นเจ้า หรือคริสเตียนสะบาโต(78); และต้องคงรักษาไว้ให้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อศาสนกิจ (79), โดยละเว้นจากงานฝ่ายโลกและสิ่งที่เป็นบาป(80); และหันมาอุทิศตนเฉลิมฉลองทั้งเป็การส่วนตัว(81) และสาธารณะ (82); และตระเตรียมส่วนที่เหลือเพื่อคนของพระเจ้า (83).
เกี่ยวกับรัฐบาลพลเรือน. เราเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สถาปนารัฐบาลเพื่อสงบสุขและอยู่ดีกินดีของสังคม(84); และควรอฐฺษฐานเผื่อผู้นำรัฐบาล ให้เกียรติ และเชื่อฟัง(85); เว้นแต่ในกรณีที่ขัดกับน้ำพระทัยของพระเยซูคริสต(86) ผู้ซึ่งเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งมโนธรรมและกระษัตริย์เหนือบรรดากระษัตริย์บนโลก(87).
เกี่ยวกับคนชอบธรรมและคนอธรรม. เราเชื่อว่ามีความแตกต่างที่เป็นแก่นแท้อย่างชัดเจนระหว่างคนชอบธรรมและคนอธรรม (88); และโดยความเชื่อในพระนามพระเยซูเท่านั้น เราจึงถูกนับว่าเป็นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์, ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยพระวิญญาณของพระเจ้า (89); ส่วนบรรดาผู้ที่ยังไม่สำนึกผิดและไม่ยอมเชื่อฟังเป็นคนอธรรม, และตกอยู่ไต้คำสาปแช่ง(90); ความแตกต่างนี้ใช้ได้กับทั้งคนตายและหลังตาย (91).
 เกี่ยวกับโลกใหม่  เราเชื่อว่าวาระสุดท้ายของโลกกำลังจะมาถึง(92); ในวันสุดท้าย พระคริสต์จะเสด็จลงมาจากสวรรค์ (93), และปลุกคนตายให้ฟื้นขึ้นเพื่อรับสิ่งที่เขาเคยทำไว้ (94); จะมีการแยกแยะเกิดขึ้น(95); คนอธรรมจะถูกลงโทษชั่วนิตย์นิรันดร์, และคนชอบธรรมจะได้รับความยินดีชั่วนิรันดร์(96); และการพิพากษานี้จะกำหนดสภาวะสุดท้ายของมนุษย์ทั้งบนสวรรค์และในนรก, บนหลักแห่งความชอบธรรม

Enter content here

Enter content here

Enter content here

โปรดติดต่อเราได้ตามที่ :

สถานที่ตั้ง : คริสตจักรบางนาแบบติสต์
182 ซ.วัดบางนาใน ถ.สรรพาวุธ
แขวงบางนา เขตบางนา
กทม.02-3934380