
" จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด
บรรดาผู้รับใช้ของพระเจ้าเอ๋ย
จงสรรเสริญเถิด
จงสรรเสริญพระนามพระเจ้า
สาธุการแด่พระนามพระเจ้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเป็นนิตย์
พระองค์ทรงยกคนยากจนขึ้นมาจากผงคลี
และทรงยกคนขัดสนขึ้นมาจากกองขี้เถ้า"
(สดด.113:1-2,7)์
ขี้เถ้า
ในการเผาไหม้
วัสดุเกือบทั้งหมดวอดวายกลายเป็นแก๊ส
กากของแข็งเล็กๆน้อยๆคือขี้เถ้า
องค์ประกอบทางเคมีของขี้เถ้าขึ้นกับสารที่ถูกเผา
ขี้เถ้าจากการเผาไม้ประกอบด้วยเกลือคาร์บอนเนตและอ๊อกไซด์ของโลหะ
ขี้เถ้าจากการเผาถ่านหินมักมีแร่ปริมาณมาก
ขี้เถ้าจากการเผากระดูกมักมีเกลือแคลเซียมเป็นส่วนใหญ่
ขี้เถ้าเป็นผงสกปรกสีดำ
มันไม่ช่วยให้พืชเติบโต
นำมารับประทานไม่ได้
ไม่อาจนำมาเผาเพื่อให้ความอบอุ่นได้
จะต้องนำมาใช้ในเตาเผาหรือเตาเพื่อให้เตาทำงานได้เหมะสม
ขี้เถ้าขัดขวางเผาไม้หรือถ่านหินเพื่อความร้อน
และขัดขวางการหุงต้มโดยไปกั้นอากาศที่ต้องใช้เพื่อให้ได้ไฟที่ดี
ขี้เถ้ายังไม่สู้มีประโยชน์ในการเป็นตัวผสมลงในคอนกรีต
พลาสติก หรือยาง มีของต่างๆในโลกนี้ไม่กี้อย่างที่มีคุณค่าน้อยกว่าขี้เถ้า
แต่ไม่มีใครสักคนที่ไร้ค่าในพระหัตถของพระเจ้า
ผู้เขียนพระธรรมสดุดีบอกแก่เราว่าพระเจ้ายกคนที่ขัดสนจากกองขี้เถ้า
เพือสำแดง พระคุณ พระเมตตา
และฤทธิ์เดชแห่งความรอด
ภาพพจน์จากพระคัมภีร์ที่ว่าคนบาปที่หลงหายเหมือนขี้ฝุ่น
ขี้เถ้า แร้นแค้น โสมม
และขยะ ย่อมบอกแก่เราเป็นอย่างดีว่า
เรานั้นโดยเนื้อแท้แล้วไม่มีคุณค่า
ปราศจากพระเจ้าแล้า
เราก็คือของเสียในถังขยะ
ไม่มีคุณค่าในสายพระเนตรของพระองค์
แต่ไม่มีใครที่อยู่สุดเอื้อมของพระคุณพระเจ้า
พระเยซูเสด็จมาเพื่อหาและช่วยคนบาปให้รอด
พระองค์ยอมสละที่ประทับในสวรรค์เพื่อชำระเราให้พ้นจากบาป
พระองค์สละชีพบนโลกนี้เพื่อไถ่เราจากหนี้บาป
ทุกครั้งที่มีคนประกาครั้งที่มีการประกาศความเชื่อในพระเยซคริสต์ให้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด
เราก็ได้เห็นพระเจ้าทำการอัศจรรย์
ขี้ฝุ่นและขี้เถ้าถูกเปลี่ยนเป็นบุตรของพระบิดาผู้สถิตย์ในสวรรค์
หญิงและชายซึ่งต่างก็เป็นขอทานทางจิตวิญญาณกลับได้รับพระพรอันอุดมของพระเจ้า
อาชญากรซึ่งกำลังรอการลงอาญาภายไตับัญญัติของพระเจ้าได้รับพระเมตตาและ ได้รับการต้อนรับสู่พระนิเวศน์ของพระเจ้า
เกียรติอันสูงสุดนี้ให้โดยไม่คิดมูลค่าแก่คนบาปที่ต่ำต้อยที่สุด
พระเยซูเป็นผู้จ่ายหมด
พระเจ้าเป็นผู้ทรงสร้างขึ้นใหม่นี้โดยตรง
พระองค์เอื้อมพระหัตถจากบัลลังค์บนสวรรค์มายังโลกเพื่อให้แผนการณ์แห่งความรอดนี้บังเกิดผลแก่มนุษย์
เราจะสนองตอบต่อการที่พระเจ้าช่วยให้คนบาปรอดพ้นจากความผิดบาปอย่างไร
? เราจะตอบสนองต่อราคาที่พระเยซูจ่ายเพื่อนำเรากลับคืนดีกับพระองค์อย่างไร
? การสรรเริญ ขอบพระคุณ
และการนมัสการควรจะหลั่งจากความคิด
จิตใจ จิตวิญญาณ และร่างกายอย่างไม่ขาดสาย
ความรักที่เหนือความเข้าใจนั้นควรจะกระตุ้นใจเราให้รักพระองค์
เราควรมีความรักต่อพระเจ้าถึงขนาดที่ว่าความปราถนาของเราคือทำให้พระองค์พอพระทัย
เราไม่อาจเพิกเฉยต่อความรักของพระคริสตได้
ถ้าเราไม่แยแสต่อพระคุณและพระเมตตาของพระเจ้า
ก็เท่ากับว่าเราได้เหยียดหยามพระคุณและพระเมตตา
ความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนนี้ทำให้ปวดร้าว
สำหรับผู้ที่ไม่ยอมรับความรักจากพระองค์
ต้องถูกพรากจากพระเจ้าเป็นนิตย์
ถ้ามนุษย์ไม่แสวงหาและปราถนาความรักจากพระเจ้าในโลกนี้
เขาจะปราถนาจะรับความรักของพระองค์เพื่อมีชิวิตนิรันดร์ไปทำไมกัน
? ถ้าจิตใจเราไม่รุ่มร้อนด้วยการสรรเสริญเพื่อพระราชกิจแห่งความรอดของพระเจ้าในชิวิตของเราและคนอื่นๆ
มันน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะต้องตัดสินใจว่าความรักของพระเจ้ามีความสำคัญต่อชีวิตในปัจจุบันและในนิรันดร์กาล