หลายคนเชื่อว่าถ้าเขาทำดีที่สุดและมีความจริงใจ
พระเจ้าจะยอมรับการพยายามของเขา
และมองข้ามความล้มเหลว
แต่ความเชื่อเช่นนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาขาดความเข้าใจถึงความชอบธรรมและความสมบูรณ์อันไม่มีขีดจำกัดของพระเจ้า
พระคัมภีร์สอนว่า"
ทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า"
(รม.3:23) ไม่มีใครสักคนอาจพูดได้เต็มปากว่าไม่เคยทำอะไรผิดยากอบได้กล่าว่า
" เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด
แต่ผิดอยู่ข้อเดียว
ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมดด้วย
" (ยก.2:10)
บางคนอาจอ้างว่า
ผม/ฉันมีศาสนาที่ดีที่กำลังยึดถืออยู่
แต่ผู้อ่านที่รักครับ
ศาสนานี่แหละที่เป็นตัวฟ้องว่าท่านต่ำกว่ามาตราฐานของคำสอนของบรรดาศาสดาทั้งหลาย
ตัวอย่างเช่น มีใครบ้างไหมที่ไม่เคยโลภ
...ฯลฯ ดังนั้นจะเห็นว่าศาสนาไม่อาจช่วยให้ท่านหลุดพ้นสภาวะที่ตกต่ำกว่ามาตราฐานของศาสนา
ศาสนาเป็นเพียงกระจกเงาส่องให้ท่านเห็นสภาพของท่านเอง
ท่านจำเป็นต้องมีอะไรมาช่วยที่มีอำนาจมากกว่าศาสนา
ทั้งนี้เพราะ :
การละเมิดนี้
(บาป)ไม่ใช่แค่เหตุการณ์โดดเดี่ยวลำพัง
แต่มันสะท้อนถึงธรรมชาติบาปที่แผ่ซ่านตัวเราทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น ไข่เจียว
(ของผสมของไข่สุก นม
และเนย ) ถ้ามีไข่เน่าปนนิดเดียว
ไข่เจียวจะพลอยเน่าไปด้วย
ทั้งนี้ไม่ว่าเราจะผสมไข่ดีลงไปสักเท่าใด
ไข่เน่าที่ปนลงไปนั้นทำให้ไข่เจียวทั้งหมดเน่าไปด้วย
และทำให้กินไม่ลง ทำนองเดียวกัน
บาปแค่ชนิดเดียวก็ทำให้พระเจ้าไม่อาจยอมรับเราได้
พระเจ้าทรงบริสุทธิ์และดีไม่มีจำกัด
ไม่ว่าเราจะพยายามหนักแค่ไหน
เราไม่อาจถึงมาตราฐานที่สมบูรณสุดๆของพระองค์ได้
นอกจากนั้นแล้ว พระองค์ยังทรงความยุติธรรม
เราต้องรับผิดชอบในการละเมิดมาตราฐานเหล่านี้
ซึ่งเราต่างก็เห็นดีว่าถูกต้อง
(รม.2:14-16)
มีผู้เดียวเท่านั้นที่โลกเคยมีมาที่ดำรงชีวิตได้สมบูรณ์
ไม่มีที่ผิด คือพระเยซูคริสต์
ผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า
ดังนั้นการวายพระชนม์บนกางเขนของพระองค์เพื่อชดใช้หนี้บาปของเราเป็นพื้นฐานเดียวเท่านั้นที่พระเจ้าจะอภัยบาปให้เราและยอมรับเรา
เมื่อเราต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
และเลือกที่จะตามพระองค์
เราก็ไม่ถูกปรับโทษจากพระเจ้าอีกต่อไป
(รม.8:1)
คนที่รู้สึกว่าความจริงใจของเขา(
ไม่ว่าเขาจะเชื่ออะไร)จะช่วยให้เขาไปสวรรค์ได้
เขาคิดผิดเสียแล้ว !มันมิใช่ขนาดของความจริงใจที่เขามีความเชื่อ
แต่มันเป็นที่วัตถุที่เขาเชื่อต่างหาก
! ถ้าเขาเชื่อสิ่งที่ถูก
มันก็เป็นการดีแก่เขา
แต่ถ้าเชื่อผิด ก็เป็นที่น่าเสียใจ
บางคนอาจเป็นสาวกที่จริงใจของบางศาสนา
บางลัทธิ หรือบางปรัชญา
แต่คนเหล่านั้นต้องลงนรกเพราะเขาไม่ได้มาหา
ผู้หนึ่ง ซึ่งเขาควรวางความเชื่อไว้
พระเยซูคริสต์เป็นผู้เดียวเท่านั้นที่เขาควรวางความเชื่อไว้...ด้วยความจริงใจ
และด้วยการยอมมอบชีวิตให้
เพราะพระเยซูได้วายพระชนม์เพื่อรับโทษแทนความผิดบาปของเราทั้งหลาย
และพระองค์เป็นขึ้นจากความตาย
และจะเข้ามาในชีวิตของคุณ
ถ้าคุณกลับใจใหม่ และต้องการรับพระองค์ไว้เป็นเจ้านายเหนือสิ่งทั้งปง
เชิญพระองค์เข้ามาเสียเถิดครับ
คุณมีแต่ได้ ไม่มีเสีย
พระเยซูต้องการให้คุณรู้ด้วยความมั่นใจว่าคุณสามารถมีชีวิตนิรันดร์ได้
(1ยน.5:11-13) พระองค์ประทานความรักแก่คุณ
คุณจะไม่รับเอาไว้หรือ
?