HomeEternityReligious LinksJesusourbestfriendAre you true christian?holysacriceficeseminarExtra activityWho controle your life ?TodayNewsGood behaviorcontact usHow to make God smile ?Is God faraway from you ?AshesFear notMinistrywhat we beleiveCalendar of EventsDirectionsAnnouncementOur HistoryLatest NewsMeet the StaffYouth ActivitiesAdult and elderLadiesOther linksBible study

ลายคนเมื่อถูกถามว่า จะทำอย่างไรจึงจะเป็นคริสตเตียน คำตอบที่ได้บางครั้งจะเป็นเช่นนี้ :" คุณต้องยอมรับว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า คุณต้องยอมรับว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีก คุณต้องยอมรับว่ามีสวรรค์และนรก คุณต้องไปโบสถ์ อ่านพระคัมภีร์ และอฐิษฐาน คุณต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต"

ถ้าคุณเป็นคริสเตียน คุณควรทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม คุณอาจทำสิ่งเหล่านี้ แต่ยังคงไม่เป็นคริสเตียนอยู่นั้นเอง
เปาโลได้ตั้งคำถามไว้ใน 2 โครินธ์ 13 : 5 " ท่านจงพิจารณาดูตัวของท่านว่า ท่านตั้งอยู่ในความเชื่อหรือไม่ จงชันสูตรตัวของท่านเองเถิด ท่านไม่สำนึกหรือว่า พระเยซูคริสต์ทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายนอกจากท่านจะแพ้การชันสูตร "
ก่อนที่ผู้เขียนบทความนี้จะเชื่อพระเจ้า เขาทำการอฐิษฐาน แต่ไม่ทุกวัน เฉพาะในยามวิกฤติ พระเยซูคริสต์เป็นหนทางเลือกของเขา แต่กระนั้นเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กับพระองค์เลย
เมื่อยู่หน้าสิ่วหน้าขวาน คนเรามักจะเรียกพระเจ้า เป็นต้นว่า " พระเจ้าช่วยลูกด้วย " แต่นั้นไม่ได้ทำให้เขาเป็นคริสเตียน พระเยซูได้ตรัสว่า " ประชาชนนี้ให้เกียรติเราแต่ปาก ใจของเขาห่างใกลจากเรา " ( มัทธิว 15 : 8)
เราอาจเคร่งครัดในการศาสนา อฐิษฐานด้วยความร้อนรน และสม่ำเสมอ เราอาจใช้เวลากับพวกคริสเตียน เชื่อพระเจ้า และแม้กระทั่งศึกษาพระคัมภีร์ และไปโบสถ์ แต่ยังคงไม่ได้ไปสวรรค์อยู่นั้นเอง
ยูดาส์ ผู้เป็นสาวกคนหนึ่งของพระเยซู เคยเป็นพยานให้พระเยซู ในระหว่างที่พระองค์กำลังสอนฝูงชน รักษาคนป่วย และปลุกคนตาย แต่กระนั้น ยูดาส์ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนทรยศพระเยซู เป็นโขมย และเป็นปีศาจ (มัทธิว 26 : 46 ; ดู ยอห์น 12:6 ; 6: 70-71ประกอบ) จริงอยู่ ความเชื่อถ้าไม่มีการประพฤติตามก็ไร้ผล การประพฤติตามโดยไม่มีความเชื่อก็ไร้ผลเช่นกัน (ยากอบ 2 : 17)
เปาโลได้อธิบายถึงความหมายของการเป็นคริสเตียน เขาได้กล่าวซ้ำถ้อยคำที่พระเยซูตรัสกับเขาบนถนนไปสู่ดามัสกัส " เราจะช่วยเจ้าให้พ้นจากชนชาตินี้ และจากคนต่างชาติที่เราจะใช้เจ้าไปหานั้น เพื่อจะให้เจ้าเบิกตาเขา เพื่อเขาจะกลับจากความมืดมาถึงความส่วาง และจากอำนาจของซาตานมาถึงพระเจ้า เพื่อเขาจะได้รับการยกโทษความบาปผิดของเขา และให้ได้รับที่ซึ่งจะได้ด้วยกันกับคนทั้งหลาย ซึ่งถูกชำระให้เป็นผู้ชอบธรรมแล้วโดยความเชื่อในเรา " ( กจ. 26 : 17-18)

ขั้นตอนการเป็นคริสเตียน

ถ้าคุณเป็นคริสเตียน คุณควรทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม คุณอาจทำสิ่งเหล่านี้ แต่ยังคงไม่เป็นคริสเตียนอยู่นั้นเอง
เปาโลได้ตั้งคำถามไว้ใน 2 โครินธ์ 13 : 5 " ท่านจงพิจารณาดูตัวของท่านว่า ท่านตั้งอยู่ในความเชื่อหรือไม่ จงชันสูตรตัวของท่านเองเถิด ท่านไม่สำนึกหรือว่า พระเยซูคริสต์ทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายนอกจากท่านจะแพ้การชันสูตร "
ก่อนที่ผู้เขียนบทความนี้จะเชื่อพระเจ้า เขาทำการอฐิษฐาน แต่ไม่ทุกวัน เฉพาะในยามวิกฤติ พระเยซูคริสต์เป็นหนทางเลือกของเขา แต่กระนั้นเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กับพระองค์เลย
เมื่อยู่หน้าสิ่วหน้าขวาน คนเรามักจะเรียกพระเจ้า เป็นต้นว่า " พระเจ้าช่วยลูกด้วย " แต่นั้นไม่ได้ทำให้เขาเป็นคริสเตียน พระเยซูได้ตรัสว่า " ประชาชนนี้ให้เกียรติเราแต่ปาก ใจของเขาห่างใกลจากเรา " ( มัทธิว 15 : 8)
เราอาจเคร่งครัดในการศาสนา อฐิษฐานด้วยความร้อนรน และสม่ำเสมอ เราอาจใช้เวลากับพวกคริสเตียน เชื่อพระเจ้า และแม้กระทั่งศึกษาพระคัมภีร์ และไปโบสถ์ แต่ยังคงไม่ได้ไปสวรรค์อยู่นั้นเอง
ยูดาส์ ผู้เป็นสาวกคนหนึ่งของพระเยซู เคยเป็นพยานให้พระเยซู ในระหว่างที่พระองค์กำลังสอนฝูงชน รักษาคนป่วย และปลุกคนตาย แต่กระนั้น ยูดาส์ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนทรยศพระเยซู เป็นโขมย และเป็นปีศาจ (มัทธิว 26 : 46 ; ดู ยอห์น 12:6 ; 6: 70-71ประกอบ) จริงอยู่ ความเชื่อถ้าไม่มีการประพฤติตามก็ไร้ผล การประพฤติตามโดยไม่มีความเชื่อก็ไร้ผลเช่นกัน (ยากอบ 2 : 17)
เปาโลได้อธิบายถึงความหมายของการเป็นคริสเตียน เขาได้กล่าวซ้ำถ้อยคำที่พระเยซูตรัสกับเขาบนถนนไปสู่ดามัสกัส " เราจะช่วยเจ้าให้พ้นจากชนชาตินี้ และจากคนต่างชาติที่เราจะใช้เจ้าไปหานั้น เพื่อจะให้เจ้าเบิกตาเขา เพื่อเขาจะกลับจากความมืดมาถึงความส่วาง และจากอำนาจของซาตานมาถึงพระเจ้า เพื่อเขาจะได้รับการยกโทษความบาปผิดของเขา และให้ได้รับที่ซึ่งจะได้ด้วยกันกับคนทั้งหลาย ซึ่งถูกชำระให้เป็นผู้ชอบธรรมแล้วโดยความเชื่อในเรา " ( กจ. 26 : 17-18)

ขั้นตอนการเป็นคริสเตียน

ขั้นตอนการเป็นคริสเตียน


เปาโลได้กล่าวถึงขั้นตอน 3 ขั้นก่อนที่จะมาเป็นคริสเตียน และผล 2 ประการที่ติดตามมา

  • ตาของเราจำเป็นต้องถูกเปิดออก ผู้ที่ยังไม่ได้มอบชีวิตให้กับพระเยซู ตาบอดฝ่ายวิญญาณ เปาโลได้อธิบายว่า " แต่ถ้ามีม่านบังข่าวประเสริฐของเราไว้จากใคร ก็จากคนเหล่านั้นที่กำลังจะพินาศ ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น พระของยุคนี้ได้ทำให้ใจของเขามืดไป เพื่อไม่ให้เขาได้เห็นความสว่างของข่าวประเสริฐเรื่องพระสิริของพระคริสต์ผู้เป็นพระฉายของพระเจ้า (2 โครินธ์ 4 : 3-4) บาปปิดบังคนไม่ให้เห็นสัจจะธรรม และพระวิญญาณของพระเจ้าเท่านั้นสามารถเปิดตาเขาให้เห็นความจำเป็นต้องรับพระคริสต์ไว้ในชีวิต
    ผู้เขียนบทความนี้เล่าว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา เขาได้ฟังข่าวประเสริฐ และได้อ่านไบปลิวที่ได้รับแจก แต่เอกสารเหล่านั้น สำหรับเขาแล้ว มันไม่มีสาระอะไรเลย
    แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ตาของเขาถูกเปิดออก เขาเกิดเพ่งความสนใจในเรื่องเหล่านี้ เขาจึงตระหนักว่าเขาเป็นคนบาป และถูกตัดขาดจากพระเจ้า และตระหนักว่าพระเยซูคริสต์ได้วายพระชนม์เพื่อความผิดบาปของเขา และพระองค์ต้องการอภัยให้เขา
    และเข้ามาในชีวิตของเขา

  • เราจำต้องหันจากความมืดเข้าสู่ความสว่าง ทันทีตาของเราเปิดออก เราต้องปฏิบัติตามที่เรารู้ เราจำต้องวางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เราต้องหันหลังให้กับวิถีชีวิตเดิมๆ : " เพราะว่าเมื่อก่อนท่านเป็นความมืด แต่บัดนี้ท่านเป็นความสว่างแล้วในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง (อฟส.5 : 8)
    บางคนดำเนินชีวิตใน 2 โลก วันอาทิตย์เขาเดินในความสว่าง แต่วันที่เหลือดำเนินชีวิตในความมืด แต่พระคัมภีร์สอนว่าเราจะทำอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าเราเป็นคริสเตียนเราต้องปฏิเสธ ความสัมพันธ์ กิจกรรม และนิสสัยที่ทำให้เราห่างจากพระคริสต์

  • เราจำต้องหันจากความมืดเข้าสู่ความสว่าง ทันทีตาของเราเปิดออก เราต้องปฏิบัติตามที่เรารู้ เราจำต้องวางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เราต้องหันหลังให้กับวิถีชีวิตเดิมๆ : " เพราะว่าเมื่อก่อนท่านเป็นความมืด แต่บัดนี้ท่านเป็นความสว่างแล้วในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง (อฟส.5 : 8)
    บางคนดำเนินชีวิตใน 2 โลก วันอาทิตย์เขาเดินในความสว่าง แต่วันที่เหลือดำเนินชีวิตในความมืด แต่พระคัมภีร์สอนว่าเราจะทำอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าเราเป็นคริสเตียนเราต้องปฏิเสธ ความสัมพันธ์ กิจกรรม และนิสสัยที่ทำให้เราห่างจากพระคริสต์

  • ราต้องหันเหจากซาตานมาหาพระเจ้า เมื่อตาฝ่ายวิญญาณถูกเปิดออก และเราเห็นความจำเป็นที่ต้องมาหาพระคริสต์ เราต้องยอมถวายชีวิตทั้งหมดให้กับพระองค์
    ในอดีต เปาโล มีชื่อในด้านความร้ายกาจ แต่ในที่สุดเขากลายเป็นอัครฑูตเปาโล ในบั้นปลายชีวิตของเขา ไม่มีใครนึกึถงความร้ายกาจ และหวั่นเกรงเขาอีกต่อไป แต่กลับหันมารักและเคารพเขา ซึ่งยอมอุทิศชีวิตเพื่องานของพระคริสต์


 

ผลของการเป็นคริสเตียน


เปาโลกล่าวถึงผลอันนี้ 2 ประการ :

  • เราได้รับการอภัยบาป พระเจ้ายกโทษให้เรา ก่อนที่เราจะมีปรพการณ์กับการอภัยบาปนี้ เราเคยพยายามลบความรู้สึกผิดด้วยการยุ่งอยู่กับกิจกรรมต่างๆ หรือกลบเกลื่อนมันด้วยการหันเข้าหาเหล้า ยาเสพย์ติด แต่มันก็บรรเทาได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น หนทางเดียวที่จะลบล้างความผิดคือการมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระคริสต์ " เหตุฉนั้นพี่น้องทั้งหลาย จงเข้าใจเถิดว่า โดยพระองค์นั้นแหละจึงได้ประกาศการยกความผิดแก่ท่านทั้งหลาย และโดยพระองค์นั้น ทุกคนที่เชื่อจะพ้นโทษได้ทุกอย่าง ซึ่งจะพ้นไม่ได้โดยธรรมบัญญัติของโมเสส
  • เราได้รับมรดกที่คงนิรันดร์กาล ไม่เพียงแต่พระเจ้ายกโทษความผิดบาปแก่เราเมื่อเราเชิญพระองค์เข้ามาในชีวิต แต่เมื่อเราตาย เราจะได้ไปสวรรค์ ( กจ. 13 : 38 - 39)

  • เราได้รับการอภัยบาป พระเจ้ายกโทษให้เรา ก่อนที่เราจะมีปรพการณ์กับการอภัยบาปนี้ เราเคยพยายามลบความรู้สึกผิดด้วยการยุ่งอยู่กับกิจกรรมต่างๆ หรือกลบเกลื่อนมันด้วยการหันเข้าหาเหล้า ยาเสพย์ติด แต่มันก็บรรเทาได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น หนทางเดียวที่จะลบล้างความผิดคือการมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระคริสต์ " เหตุฉนั้นพี่น้องทั้งหลาย จงเข้าใจเถิดว่า โดยพระองค์นั้นแหละจึงได้ประกาศการยกความผิดแก่ท่านทั้งหลาย และโดยพระองค์นั้น ทุกคนที่เชื่อจะพ้นโทษได้ทุกอย่าง ซึ่งจะพ้นไม่ได้โดยธรรมบัญญัติของโมเสส
  • เราได้รับมรดกที่คงนิรันดร์กาล ไม่เพียงแต่พระเจ้ายกโทษความผิดบาปแก่เราเมื่อเราเชิญพระองค์เข้ามาในชีวิต แต่เมื่อเราตาย เราจะได้ไปสวรรค์ ( กจ. 13 : 38 - 39)


คุณละครับ ตาของคุณได้เปิดออกจนคุณเห็นความจำเป็นที่ต้องรับพระคริสต์เข้ามาในชีวิตบ้างหรือยัง ? คุณยอมให้พระเจ้าอภัยบาปให้คุณ และเปลี่ยนชีวิตคุณหรือยัง ? การพูดแต่ในสิ่งที่ดี หรือเป็นลูกหลานคริสเตียนไม่ได้ช่วยให้คุณรอดพ้นความผิดบาป ถ้าคุณต้องการรู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัว คุณจะต้องมีความสัมพันธ์กับพระเยซู ถ้าคุณทำเช่นนั้น แผนการณ์ของพระเจ้าสำหรับคุณจะค่อยๆเผยออก

 

 

"ขอพระเจ้าแห่งสันติสุข ผู้ทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้าของเราเป็นขึ้นมาจากความตาย คือผู้ทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะดีเลิศ โดยโลหิตแห่งพันธสัญญานิรันดร์นั้น ทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายมีทุกสิ่งที่ดี เพื่อจะได้ปฏิบัติตามพระทัยพระองค์ และทรงทำงานในท่านทั้งหลาย ให้เกิดผลเป็นที่ชอบในสายพระเนตรของพระองค์ โดยพระเยซูคริสต์ ขอพระสิริจงมีแด่พระองค์

คุณเป็นคริสเตียนหรือป่าว ?