- พระผู้สร้าง
- องค์พระผู้เป็นเจ้า
และ กระษัตริย์
- ผู้พิพากษา
- พระผู้ไถ่
(อ่าน สดด.95:6,136:3;ยน.13:13;ยด.1:4;1ยน.3:1;อสย.33:22,47:4;สดด.89:26)
แต่มีไม่มากที่ทราบว่า
พระเจ้าต้องการเป็นสหายกับเรา
! ตัวอย่างเช่น ในสวนเอเดน
ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับอาดัมและเอวาไม่มีพิธีรีตรองอะไรเลย
ไม่มีศาสนามาเกี่ยวข้อง
เป็นการผูกพันธ์ด้วยความรักแท้ๆ
แต่หลังจากมนุษย์ทำบาป
ความสัมพันธ์ดังกล่าวก็ล่ม
มีไม่กี่คนในสมัยพระคัมภีร์เดิมที่มีความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกับพระเจ้า
อาทิเช่น โมเสส ดาวิด
อินอค โยบ อับราฮัมและโนอาห์
(อพย.33:11,17;2พศ.20:7,อสย.41:8;ยก.2:23;กจ.13:22;ปฐก.6:8,5:22;ยบ.29:4)
ปุโรหิตในสมัยพระคัมภีร์เดิมต้องพิถีพิถันเตรียมตัวเฝ้าพระเจ้า
แต่สำหรับพวกเราในสมัยนี้สามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ทุกเมื่อ
(รม.5:11) เราเป็นสหายกับพระเจ้าได้เพราะพระคุณของพระเจ้าที่ให้พระเยซูสละพระชนม์ชีพเพื่อรับโทษความผิดบาปแทนเรา
แท้จริงแล้ว พระเจ้าต้องการให้เราเป็นสหายและมีสามัคคีธรรมกับตรีเอกาณุภาพ(1ยน.1:3);1คร.1:9;2คร.13:14;ยน.15:15)
คำว่า "สหาย"
ในที่นี้ไม่ใช่แค่คนรู้จักแต่เพียงผิวเผิน
แต่เป็นมิตรสนิทที่วางใจได้
และคำๆเดียวกันนี้ถูกนำมาใช้ในพิธีแต่งงาน
ยน.3:29 และใช้กับข้าราชบริพารวงในกับพระราชา
มันอาจดูเหลือเชื่อไปหน่อยที่พระเจ้าต้องการผมเป็นเพื่อนสนิท
แต่พระคัมภีร์กล่าวไว้เช่นนั้นจริงๆ
การรู้จักพระเจ้าจึงเป็นสิทธิพิเศษสุดของเรา
และการที่พระองค์รู้จักเราและรักเราเป็นสิ่งที่น่ายินดี
เป็นสหายกับพระเจ้าได้อย่างไร
?
1.หมั่นสนทนา
สนทนากับพระเจ้าทุกเรื่อง
ทุกเวลา ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่
ไม่ควรทำเฉพาะก่อนอาหารสามเวลา
หรือในคริสตจักรเท่านั้น
(1ธส.5:17)
มีทัศนะผิดๆที่กล่าวว่า
"เฝ้าเดี่ยว " คือการอยู่กับพระเจ้าตามลำพัง
ทัศนะนี้มันก็ถูกหรอก
แต่ไม่ถูกทั้งหมด เรา
"เฝ้าเดี่ยว "กับพระเจ้าด้วยทุกสิ่งที่เราทำ
ถ้าเราเชิญพระองค์เข้าร่วมทำกิจกรรมนั้นๆกับเรา
ตัวอย่างของการ "เฝ้าดี่ยว"
ตามนัยของพระเจ้าคืออาดัมกับเอวาในสวนเอเดน
ในศตวรรษที่17 คนครัวชาวฝรั่งเศษชิ่อ
Lawremce สนทนากับพระเจ้าตลอดเวลาที่เขาทำงาน
2. สนทนาให้เหมือนกับการหายใจ
มนุษย์ ถ้าหยุดหายใจเมื่อใด
ก็ตายฝ่ายกาย ในทางจิตวิญญาณก็เช่นกัน
ถ้าท่านไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาพูดกับพระเจ้า
อาจใช้ประโยคสั้นๆ เช่น
"ข้าพระองค์ได้รับพระคุณ";
"ข้ำพระองค์ขอพึ่งพระองค์
";ฯลฯ
3.อย่าสักแต่หาประสพการณ์การทรงสถิตย์อยู่ด้วย
: เราไม่ได้สรรเสริญพระเจ้าเพราะเรารู้สึกดี
แต่เราจะทำดี
4.เราควรใคร่ครวญ
- พระวจนะ เป็นไปไม่ได้ที่จะเสริญพระเจ้า
โดยไม่รู้ว่าพระองค์ได้ตรัสอะไรไว้บ้าง
- สิ่งที่พระองค์เป็น
- สิ่งที่พระองค์ได้กระทำ
การใคร่ครวญต่างจากการวิตก
เมื่อเรามัวแต่คิดถึงปัญหา
นั้นคือการวิตก แต่เมื่อเราหันมารำพึงรำพันถึงพระวจนะ
นั้นคือการใคร่ครวญ
เหตุผลที่พระเจ้านับว่าโยบและดาวิดเป็นสหายสนิทเพราะเขาให้คุณค่าของพระวจนะเหนือสิ่งอื่นใด
ดังคำกล่าวของดาวิดและโยบ
(ยบ.13:12;สดด.119:97,77:12)
5.
สหายย่อมเผยความในใจ
พระเจ้าเผยน้ำพระทัยแก่
อับราฮัม ดานิเอล เปโล
(ปฐก.18:17;ดนล.2:19 ;1คร2:7-10)