
ผู้เขียน
อัครฑูตเปาโล
วันที่ เขียนระหว่างช่งสามเดือนทีเมืองโครินธ์
ที่บ้านของเพื่อน ชื่อ
กาลัส (16:23) ในปี คศ. 56-57 ซึ่งเป็นตอนท้ายของการเดินทางมิชชันนารีครั้งที่สาม
หัวข้อ การมีสัมพันธภาพกับพระเจ้าโดยความเชื่อในพระคริสต์
เบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ เปาโลได้ประกาศแก่พวกต่างชาติมาได้เกือบสิบปีในแถบทะเล
Agean บัดนี้เขาคิดจะเปลี่ยนเส้นทางไปที่เสปน
อณานิคมเก่าก่ที่สุดของโรมมัน ด้วยความเคลือบแคงใจบ้าง
เปาโลกำลังจะกลับไปทีเยรูซาเล็มเพื่อนำเงินถวายจากคริสตจักรใหม่ไปช่วยคนจนในเยรูซาเล็ม
จากเยรูซาเล็ม
เขาวางแผนที่จะแวะเสปน
และจะไปที่โรม เมืองหลวงของโลก
ในการเตรียมการไปที่โรม
เขาได้เขียนจดหมายแนะนำตัวถึงชาวโรม
( คริสตเตียนชาวโรมยังไม่รู้จักเขาในขณะนั้น
ถึงแม้ว่าเขามีเพื่อนที่นั้น
ดัง โรมบทที่ 16 บอก) เขากระตือรืร้นที่จะช่วยให้คริสเตียนชาวโรมมีความมั่นใจว่าข่าวประเสริฐที่เขาประกาศเป็นของแท้
ไม่เป็นดังที่หลายคนลือกัน
(1:15)
แผนของเปาโลไม่ได้ผลตามที่เขาคาด
เขาอยากไปที่โรม แต่ไม่ได้ไปจนสามปีกว่า
และแล้วจะมา ไม่ใช่ฐานะนักทัศนาจร
แต่นักโทษ การเคลือบแคลงใจในเรื่องการเดินทางไปเยรูซาเล็มเป็นจริงขึ้นมา
ทันทีที่ไปถึงที่นั้น
เขาก็ถูกจับ และถูกส่งตัวไปที่โรมเพื่อการพิพากษา
เปาโลถูกกักขังในบ้านที่โรมอย่างน้อยสองปี
ในที่สุดก็ถูกประหารที่ๆแห่งหนึ่งนอกโรม
เขาไม่ได้ไปเสปน
ลักษณะของพระธรรม
เป็นศาสนศาตร์ที่สมบูรณ์แบบสุดๆของเปาโล
ซึ่งได้เขียนอย่างพิถีพิถัน
ครอบคลุมกว้าง ประเด็นสำคัญที่เปาโลนำมากล่าวคือ
พระเจ้าจะพิพากษาเราแต่ละคนในวันสุดท้ายอย่างไร
หัวข้อหลักของพระธรรมโรมคือ
เราสามารถมีความมั่นใจได้ว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าได้
และดังนั้นย่อมไม่ถูกพิพากษาในวันพิพากษา
ความมั่นใจเช่นนี้ไม่ได้มาจากเพราะเราได้ประกอบกรรมความดีแต่อย่างใด
แต่มาจากพระราชกิจที่พระเจ้าได้ทำทางการวายพระชนม์ของพระคริสต์เพื่อชดใช้หนี้บาปของเรา
เปาโลสอนเรื่องนี้หนักเพราะมียิวบางคนซึ่งเคร่งในข้อหยุมหยิมไม่เป็นเรื่องโดยสอนว่าการรับพระคุแต่อย่างเดียวไม่พอ
ต้องเข้าสุหนัติ์ด้วย
ซึ่งเท่ากับเป็นการล้มล้างพระคุณ
ถ้าเราต้องทำสิ่งใดๆเพื่อให้ได้มาซึ่งความรอดพ้นจากบาป
ความรอดพ้นจากบาปก็ไม่ใช่ของประทานที่พระเจ้าประทานให้เปล่าๆ
เปาโลยกข้อโต้แย้งพวกยิวเป็นชุดๆ
เช่น ความเชื่อ กับ ความประพฤติ
พระวิญญาณ กับ เนื้อหนัง
เสรีภาพ กับ การเป็นทาส
ข้อ 1- 7 เปาโลแนะนำตัว
- ผู้รับใช้ (ทาส
)ของพระเจ้า
- ไม่เป็นเจ้าของๆตนเองอีกต่อไป
แต่ยอมให้พระเจ้าใช้ตามพระประสงค์
เปาโลบรรยายพระประสงค์ของพระเจ้า
- เป็นอัครทูตเพื่อสถาปนาคริสตจักรบนพื้นฐานของพระเจ้า
- ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องมีของประทานพระวิญญาณฯเป็นพิเศษ
- เปาโลถูกพระเจ้าเรียกเพื่อข่าวประเสริฐ
ข่าวประเสริฐ
ข้อ 2- 6
พระเจ้าได้สัญญาไว้ล่วงหน้า
ข้อ 2 OT.สอนว่าเราจำต้องมีพระผู้ช่วยให้รอด
เพราะ
- ตั้งแต่อาดัมและอีวา
เราต่างล้มเหลว ไม่ได้ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า
มนุษย์ไม่อาจทำตามบัญญัติของโมเสสที่พระเจ้าได้มอบให้
- พระเจ้าประทานผู้วินิจฉัย
ตลอดจนกระษัตริย์ เขาเหล่านั้นต่างก็ล้มเหลวอีก
- ผู้เผยพระวจนไปเตือน
คนก็ไม่ฟัง
OT. มีคำพยากรณ์เรื่องพระมาสิฮาห์
ซึ่งจะมาปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นไทและให้มีสัมพันธภาพกลับคืนมา
- OT.บอกว่าพระเยซูคือพระมาสิฮาห์
เราจำเป็นต้องมีพระเยซู
- ข่าวประเสริฐจึงไม่ใช่ของใหม่
หรือบอกไว้แต่ในพระคัมภีร์ใหม่
- ข่าวประเสริฐที่เปาโลเทศนาถูกสัญญามาก่อนที่จะเปิดเผยในพระคริสต์
สาระของข่าวประเสริฐ
พระเยซูเป็นพระเจ้า
ผู้
- ปราศจากบาป
- เป็นพระเจ้าครบถ้วน
จึงมีคุณสมบัติเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อเรา
- เป็นมนุษย์ด้วย
- เชื้อสายดาวิด
- ถ่อมใจยอมเป็นผู้รับใช้
คือยอม ติดดิน
- เข้าใจความอ่อนแอของเรา
- พระเยซูดำเนินชีวิตที่ประกอบด้วยพระวิญญาณฯ
- การเป็นขึ้นจากความตายเท่ากับเป็นการประกาศว่าพระเจ้ายอมรับการเป็นเครื่องบูชาของพระองค์ด้วยการยอมให้ถูกตรึงบนกางเขน
พระองค์ชนะความตาย
เราสามารถ
- มีส่วนร่วมในชัยชนะของพระเยซู
คือความตาย และ บาป
- เป็นของๆพระเยซู
( ข้อ 6)
ข้อ 7 เปาโลบอกว่า
- พระเจ้ารักชาวโรม
- พวกเขาเป็นธรรมิกชน
คือผู้ที่พระเจ้าเรียกออกมารับใช้พระองค์
- ไม่เป็นของโลกอีกต่อไป
- เปาโลจบพระธรรมตอนนี้ด้วยการอวยพรด้วยพระคุณและสันติสุข
- o พระคุณของพระเจ้าล้วนๆที่นำพวกเขาสู่อณาจักรของพระเจ้า
ข้อชวนคิด
- เปาโลได้พูดถึงการเป็นทาสพระคริสต์
ท่านสามารถพูดเช่นเดียวกันนี้ไหม
? มีอะไรบ้างในตัวท่านที่ต้องยอมมอบแก่พระองค์
- ท่านได้รับการชูใจอะไรบ้างจากการที่
พระเยซูผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้าเสด็จลงมารับสภาพมนุษย์
และ" อยู่แบบติดดิน "
กับพวกเรา
- ท่านเคยรับสิ่งที่พระเยซูได้ทำเพื่อท่านไหม
? มันทำให้เห็นความแตกต่างจากเมื่อครั้งก่อนไหม
?
- เปาโลรู้สึกอย่างชัดเจนถึงการทรงเรียกจากพระเจ้า
พระเจ้ากำลังเรียกท่านให้ทำอะไร
?
- ข่าวประเสริฐคืออะไร
ตามคำสอนของเปาโล ?
ข้อ 8 - 12
ข้อ 8 เปาโลขอบพระคุณพระเจ้า
และแบ่งปันถึงความปราถนาที่จะเยี่ยมผู้เชื่อพระเจ้าในโรม
- เขาขอบพระคุณที่ความเชื่อของชาวโรมเลื่องลือไปทั่วโลก
- คนทั่วโลกประทับใจที่ชาวโรมมีความเชื่อ
ทั้งๆที่โรมต่อต้านการเป็นคริสเตียน
โดยเอาโทษถึงตาย เพราะถือว่าเป็นกบฏ
ข้อ
9 - 12
- เปาโลบอกชาวโรมว่าเขาอฐิษฐานเผื่อไม่หยุด
ชาวโรมพกนี้เขาไม่เคยพบมาก่อน
- เขามีภาระใจกับชาวโรมที่จะลงมาเยี่ยมชาวโรมด้วย
แต่มอบเรื่องไว้กับพระเจ้า
- o ยอมทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า
ไม่ใช่ตามใจตนเอง
- o ยอมให้น้ำพระทัยพระเจ้าเหนือกว่าของเขา
- เหตุผลที่เปาโลต้องการเยี่ยมชาวโรม
กล่าวไว้ในข้อ 11
- o ต้องการแบ่งปันของประทานฝ่ายจิตตวิญาณ
เพื่อให้ชาวโรมตั้งมั่นคงมากขึ้น
ซึ่งอาจเป็นเพราะชาวโรมอยู่ในสังคมที่ต่อต้านคริสเตียน
- o ของประทานนี้
(charisma) คือของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์
เปาโลอาจต้องการให้ชาวโรมใช้ของประทาน
เขาทำเช่นนี้กับทิโมธีด้วยเช่นกัน
2ทธ.1:6
- เปาโลขอบพระคุณและสรรเสริญพระเจ้าสำหรับการเติบโตในความเชื่อของชาวโรม
ชวนคิด
- ชาวโรมเลื่องลือเรื่องความเชื่อ
ตัวท่านละ มีคนมากน้อยเพียงใดรู้จักว่าท่านเชื่อมั่นคงในพระเจ้า
- เราเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับความสัตย์ซื่อและพลังในการทำพันธะกิจ
- ใช้เวลาสักครู่พิรณาสองด้านในการดำเนินชีวิตคริสเตียน
คือความสัตย์ซื่อ และ
พลัง
- ท่านได้รัของประทานจิตวิญญาณเพื่อรับใช้พรเจ้าอะไรบ้าง
M
- ท่านพึงพอใจกับสภาพจิตวิญญาณของท่านขณะนี้ไหม?
เปาโลได้ท้าทายอะไรแก่ชาวโรมบ้าง
ข้อ 13 – 17 คำนำ · เปาโลปรารถนาจะไปเยี่ยมผู้เชื่อพระเจ้าที่โรม· เขามีอุปสรรค์ไม่อาจไปได้· จากตอนก่อน รม.1
ข้อ 10 เขาทูลขอพระเจ้าให้เปิดประตู บทเรียน 1. เปาโลวางแผน
แต่พรเจ้าเปลี่ยนแผน
กรณีย์เช่นนี้เคยเกิดกับโมเสส1. ขณะอายุ 40 ปี โมเสสต้องการปลดปล่อยอิสราเอลจากการเป็นทาสของอียิบต์2. พระเจ้าก็มีน้ำพรทัยเช่นนั้นด้วย3. แต่จังหวะเวลาของโมเสสไม่ตรงกับของพระเจ้า
กล่าวคือ โมเสสช่วยเร่งเวลาโดยไปสังหารชาวอียิบต์ที่กำลังข่มเหงอิสราเอล
ผลของการเร่งเวลานี้คือ
โมเสสต้องเร่ร่อนไปเลี้ยงแกะที่ถิ่นทุรกันดารถึง
4 ปี2. Oเปาโลไม่หยุดอฐิษฐาน3.
บทเรียนจากพระธรรมตอนนี้
การวางแผนสำคัญก็จริง
แต่เราต้องยอมมอบแผนของเราไว้กับพระเจ้า
เพราะ เวลาของพระเจ้าไม่เหมือนกับเวลาของเรา
เปาโลยอมมอบแผนของเขาให้กับพระเจ้า
โดยวางใจว่า เมื่อถึงเวลาพระเจ้าจะเปิดประตูให้ เหตุผลที่เปาโลต้องการไปเยี่ยมผู้เชื่อพรเจ้าที่โรม · ต้องการเก็บเกี่ยวผลทางจิตตวิญญาณ
คือต้องการเห็นผลจิตตวิญญาณของชาวโรมเขา· เขามีภาระใจ (เป็นหนี้
) พวก อาระยะ อนาระยะ
นักปราชญ์ และคนเขลา
และผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้า
เพราะเขาถูกเลือกให้เป็นอัครฑูตแก่คนต่างชาติ บทเรียน ·
เมื่อมีของประทานย่อมมีภาระใจใช้ของประทานตามมา· เปาโลเอาจริงเอาจังกับการทรงเรียกo จริงจังกับของประทานo ต้องการให้เกิดผล และอณาจักรของพระเจ้าโตขึ้น· ด้วยเหตุนี้เขาจึงบอกชาวโรมว่าเขาระตือรืร้นที่จะเทศนาข่าวประเสริฐ เขาไม่ละอายที่จะทำเช่นนี้
เพราะ ข้อ 16 · มันเป็นฤทธิ์เดชจากพระเจ้าเพื่อให้คนรอดพ้นจากบาปo ด้วยการเชื่อสาระของข่าวประเสริฐo ป้อมปราการของสัตรู
คือ ซาตานจะถูกทำลาย· ข่าวประเสริฐเท่านั้นที่ช่วยให้คนที่เชื่อรอด
เพราะo ในข่าวประเสริฐพระเจ้าสำแดงความชอบธรรมของพระเจ้าด้วยความเชื่อตั้งแต่ต้นจนจบ
ความหมายของความชอบธรรม · ไม่ได้มาจากความพยายามของมนุษย์
เพราะมนุษย์เป็นคนบาป
ไม่อาจเข้าถึงพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ได้
ไม่ว่าโดยวิธีใดๆก็ตาม· ความชอบธรรมเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานให้เปล่าๆ
ได้มาโดยความเชื่อ· ความชอบธรรมไม่เหมือนกับความบริสุทธิ์
เราอามีความชอบธรรมได้
ทั้งๆที่ยังไม่บริสุทธิ์ ข้อคิด · บทเรียนในพระธรรมตอนนี้สอนอย่างไรเกี่ยวกับการยอมมอบแผนการให้กับพระเจ้า· พระเจ้าประทานของประทานอะไรแก่ท่าน
? ท่านมีภาระใจอย่างไรกับของประทาน
?· ท่านมีความละอายเรื่องข่าวประเสริฐไหม
? เปาโลสอนอะไรบ้างในเรื่องนี้
?· ที่เปาโลสอนว่า
“เริ่มต้นก็ความเชื่อ
สุดท้ายก็ความเชื่อ
“ หมายความว่าอย่างไร
? โปรดอดใจรอตอนต่อไปครับ
